วันอาทิตย์ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2553

อยากตาสวย..เราช่วย ( บำรุง ) ได้


ใครๆก้อรู้ว่า ผิวหนังรอบดวงตาเป็นส่วนที่บอบบางที่สุด แถมยังเป็นส่วนที่เกิดริ้วรอยได้ง่ายที่สุดอีกด้วยเพราะชั้นผิวหนังบริเวณรอบดวงตานั้นอ่อนบางกว่าผิวหน้าถึง 3 เท่า!! จึงไม่ต้องแปลกใจเลยว่า อาการหงุดหงิดหน้างอ ของเรา หรืออาการหรี่ตา และอื่นๆอีกมากมายนั้นจะไปส่งผลที่ผิวหนังรอบดวงตาอย่างไร 


เรามาลองดูปัญหายอดฮิตและวิธีแก้ปัญหาเหล่านี้กัน

1.ริ้วรอยรอบดวงตา
เป็นปัญหายอดฮิตตลอดกาล สาเหตุมักเกิดจากอายุที่มากขึ้นอิลาสตินและคอลลาเจนที่ช่วยให้ผิวกระชับก็จะยิ่งลดน้อยลง หนำซ้ำเรายังเจอมลภาวะโดยเฉพาะแสงแดดและสารเคมีจากเครื่องสำอางในชีวิตประจำวันทีทำร้ายผิวอย่างเลือดเย็น ทำให้ผิวเหี่ยวย่น เกิดเป็นรอยลึกขึ้นบริเวณรอบดวงตา
วิธีแก้ : ทาครีมบำรุงที่มีส่วนผสมของน้ำมันจมูกข้าว ซึ่งมีสรรพคุณในการลบเลือนริ้วรอย ได้อย่างน่าทึ่ง และหลีกเลี่ยงการใช้สารเคมี หรือแสงแดด ตัวการสำคัญที่ทำให้เกิดริ้วรอย
2.ตาคล้ำ
ลักษณะเป็นรอยคล้ำอยู่ใต้ตาเหมือนเจ้าหลินปิงคงไม่ดีแน่ หากคุณยังคงอดนอนเป็นกิจวัตร และสุขภาพไม่แข็งแรง แต่ถ้าหากนอนจนจุใจแล้วยังไม่วายมีรอยคล้ำใต้ตาล่ะก็..สันนิษฐานได้ว่าอาจจะเกิดจากกรรมพันธุ์ หรือป่วยเป็นภูมิแพ้จนเกิดการคั่งของเส้นเลือดดำใต้ดวงตาก็เป็นได้
วิธีแก้ : การพักผ่อนให้เพียงพอดูจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด แต่ถ้าไม่ถนัดนักลองใช้สมุนไพรธรรมชาติที่มีส่วนประกอบของวิตามินซีก็น่าจะช่วยได้บ้าง แถมยังไม่ต้องเสี่ยงกับการมีสารเคมีสะสมบนใบหน้าอีกด้วย
3.ตาบวม
คุณผู้หญิงที่นอนไม่พอ หรือผ่านการร้องไห้มาอย่างหนักหน่วง หรืออาจจะเกิดจากการที่ของคั่งค้างบริเวณเนื้อเยื่อใต้ตา ทำให้เกิดเป็นถุงป่องๆห้อยบวมอยู่บริเวณใต้ตา
วิธีแก้ : รีบหาครีมบำรุงรอบดวงตาที่มีส่วนผสมว่านหางจระเข้ ชาเขียว แตงกวา มาใช้โดยด่วน หรืออาจใช้แตงกวาฝานเป็นแว่นบางๆ หรือถุงชาแช่ในน้ำเย็นมาแปะเอาไว้บนเปลือกตา 10 นาที ให้ง่ายกว่านั้นก็ลองเอาช้อนสแตนเลสแช่เย็นมาโปะไว้รอบดวงตา สัก 5-10 นาที ความเย็นจะช่วยทำให้หลอดเลือดหดตัว ลดอาการบวมได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ลองนวดเบาๆรอบดวงตาเพื่อช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของของเหลวและให้ออกซิเจนแก่ผิว รวมถึงหลีกเลี่ยงอาหารรสจัดก่อนนอนไว้ด้วยก็ดี
4.ตาโรย
อาการตาโรยอาจเกิดจากการเพ่งสายตาเป็นเวลานานๆ ไม่ว่าจะเป็นการดูโทรทัศน์ ทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์ หรือการอ่านหนังสือจนรู้สึกว่าตาแห้ง เกร็ง เป็นต้น
วิธีแก้ : จักษุแพทย์แนะนำให้พักผ่อนสายตาทุกๆ 2-3 ชั่วโมง ด้วยการทอดสายตามองออกไปไกลๆ
หรือมองสีเขียวซึ่งเป็นสีที่ช่วยให้สบายตา สักประมาณ 10-15 นาที และที่สำคัญ พยายามรับประทานอาหารที่มีวิตามินเอ และ ออกกำลังกายเพื่อสุขภาพที่สมบูรณ์ทั้งกายและใจ

อ้างอิง women.sanook.com

วันอาทิตย์ที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2553

ทุนเรียนต่อ ป.ตรี / ป.โทฯ (ฟรี)

ทุนเรียนต่อ ป.ตรี / ป.โทฯ  (ฟรี)


 









 AHMADI VITTAYA FOUNDATION SCHOOL










วันเสาร์ที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2553

ด้วยจิตวิญญาณอันเปี่ยมสุข

 ด้วยจิตวิญญาณอันเปี่ยมสุข



"ขณะที่เราปลีกตัวออกห่างจากผู้คน

เพราะเรารู้สึกว่า

เรามีวิญญาณที่ใสสะอาดกว่าพวกเขา

หรือมีจิตใจที่ผ่องแผ้วกว่า กว้างขวางกว่า

หรือมีสติปัญญาที่ฉลาดล้ำลึกกว่าพวกเขา



แต่นั้นมิได้หมายความว่า

เราได้ทำในสิ่งที่ยิ่งใหญ่อันใด…

เป็นเพียง

เราได้เลือกแนวทางที่ง่ายที่สุดแก่ตัวเรา

และเลือกทางที่มีภาระน้อยที่สุดให้แก่ตัวเอง



ความยิ่งใหญ่ที่แท้จริง คือ

เราจะต้องคลุกคลีกับคนเหล่านี้

อย่างอิ่มเอิบไปด้วยวิญญาณแห่งการให้อภัย

พร้อมด้วยความเอื้ออาทรต่อความอ่อนแอ

ความพลาดพลั้งของพวกเขา




และจะต้องเปี่ยมไปด้วย

วิญญาณแห่งความปรารถนา

ที่แท้จริงในการขัดเขลา อบรมพวกเขา

และยกระดับพวกเขาสู่ระดับเดียวกับเรา

เท่าที่เรามีความสามารถ



ที่กระทำเช่นนี้

มิได้หมายความว่า

เราจะหลุดออกจากระดับอันสูงส่งของเรา

และมิได้ลดอุดมการณ์อันสูงส่งของเราลงมา

หรือมิได้หมายความว่า

เราต้องประจบเอาใจบุคคลเหล่านี้

จำต้องเยินยอต่อความผิดพลาดของพวกเขา

หรือว่าทำให้พวกเขารู้สึกว่า

เราสูงส่งกว่าพวกเขา…หามิได้

การรอมชอบ

ระหว่างสิ่งที่ขัดแย้งกัน

กับความใจกว้าง

หลังจากมุ่งมั่นค้นหาสิ่งนี้อย่างพากเพียร

นี่แหล่ะ…คือ

ความยิ่งใหญ่โดยแท้"...








ที่มา จากหนังสือด้วยจิตวิญญาณอันเปี่ยมสุข

อัชชะฮีด ซัยยิด กุฏุบ : เขียน   ซะการียา อัลนัดวีย์ : แปล

วันเสาร์ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

คำถาม : วันแห่งความรัก (วันวาเลนไทน์) มีหุก่มว่าอย่างไร?



คำตอบ :
หนึ่ง : วันแห่งความรักเป็นวัฒนธรรมของชาวโรมันโบราณ ซึ่งได้ปฏิบัติกันเรื่อยมาจนถึงสมัยที่ชาวโรมันได้หันมานับถือศาสนาคริสต์ วันดังกล่าวมีความเกี่ยวข้องกับนักบวชผู้ที่มีชื่อเสียงคนหนึ่งมีชื่อว่า วาเลนไทน์ ซึ่งผู้นี้ได้มีคำตัดสินให้ประหารชีวิตในวันที่ 14กุมภาพันธ์ 270 คริสต์ศักราช วันแห่งความรักดังกล่าวเป็นวันที่บรรดาผู้ไม่ใช่มุสลิมเฉลิมฉลองและถือปฏิบัติกันมาจนถึงปัจจุบัน  ซึ่งมีการแสดงออกถึงความสัมพันธ์ที่ไม่ดีงามระหว่างหญิงชายจนถึงขั้นมีเพศสัมพันธ์




อ่านบทความทั้งหมด  คลิกตามลิงค์ถัดจากนี้


ขอขอบคุณ เจ้าหน้าที่ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.islamhouse.com

วันศุกร์ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

มุสลิมกับวันวาเลนไทน์


- ที่มาของวันวาเลนไทน์
เรื่องราวเกี่ยวกับวันวาเลนไทน์นั้นก็เป็นเรื่องที่คลุมเครือ จะสืบหาประวัติอะไรที่แน่นอนก็ไม่ได้ได้แต่สันนิษฐานกันไป ไม่มีต้นกำเนิดของเรื่องและความเป็นมาที่ชัดเจน ในหนังสือหลักๆเท่าที่สันนิษฐานกัน พอสรุปได้ว่า
ก. วันวาเลนไทน์นี้เดิมเป็นการฉลองการเจริญพันธุ์ของพวกโรมันโบราณ ซึ่งเป็นการระลึกถึงเทพเจ้าลูเปอร์คุส (เทพแห่งการเจริญพันธุ์) ต่อมาภายหลังจึงได้รับเอาเข้ามาเป็นของคริสต์ศาสนา โดยโยงเข้ากับเรื่องการพลีชีพเพื่อศาสนาของนักบุญที่ชื่อวาเลนไทน์ ซึ่งมีวันฉลองใกล้กัน(ของเดิม 15 กุมภาพันธ์ ส่วนของนักบุญวันที่ 14 กุมภาพันธ์)  
อ่านบทความเพิ่มเติมตามลิงค์ถัจากนี้







ขอขอบคุณ www.islamhouse.com  สำหรับบทความดีๆนี้  
ขออัลลอฮฺทรงตอบแทน

วันพุธที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2553

เรื่องเล่า “จอร์จ กับ วันอีด”

“...
จอร์จ เป็นชายอเมริกันร่างใหญ่ไหล่กว้าง อายุมากกว่าห้าสิบแต่ยังมีสุขภาพที่ดีและยังแข็งแรงอยู่ เขาใช้ชีวิตอยู่ในเมืองเล็กๆ ตอนเหนือของวอชิงตัน แม้ว่าจะมีปัจจัยความทันสมัยที่ดึงดูดมากมายในที่อื่นแต่เขาก็ยังชอบที่จะมี ชีวิตกับครอบครัวของเขาในเมืองนี้ กลางวันเขาทำงานส่งของและพอถึงกลางคืนเขาจะกลับไปยังบ้านอันน่ารักเพื่อมี ความสุขกับความสงบเงียบที่บ้านพร้อมๆ กับภรรยา ลูกสาวสองคน และลูกชายอีกหนึ่งคนที่เพิ่งจบไฮสคูลและกำลังวางแผนจะเข้ามหาวิทยาลัย
อ่านต่อคลิกลิงค์ถัดจากนี้










ขอขอบคุณผู้ดูแลเว็บ islamhuse.com

แบบทดสอบ สาขาแห่งอนาคต สำหรับนักเรียน นักศึกษา อายุระหว่าง 15-22 ปี

 นักเรียนสามารถตรวจสอบความสามารถของตนเองเพื่อเลือกเรียนในสาขาที่ชอบได้
โดยคลิกตามลงค์ด้านล่างนี่


ขอขอบคุณ eduzones.com