วันอาทิตย์ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

150 ประตูแห่งความดี แด่...ผู้มีชีวีถึงเราะมะฎอน


อัลฮัมดุลิลลาฮฺ  วัศเศาะลาตุวัสลาม  อะลาคอตะมิลอัมบิยาอฺวัลมุรซาลีน  นบิยฺยินามุฮัมมัด  วะอะลาอาลิฮี  วะเศาะฮฺบิฮีอัจญมาอีน
พวกเราจำเป็นต้องมีหุ้นส่วนในการร่วมฟื้นฟูเดือนอันยิ่งใหญ่เดือนเราะมะฎอน  เดือนแห่งการอภัยโทษและความพอพระทัย  ซึ่งอัลลอฮฺได้ตรัสไว้ว่า:
«شَهْرُ رَمَضَانَ الَّذِي أُنْزِلَ فِيهِ الْقُرْآَنُ هُدًى لِلنَّاسِ وَبَيِّنَاتٍ مِنَ الْهُدَى وَالْفُرْقَانِ فَمَنْ شَهِدَ مِنْكُمُ الشَّهْرَ فَلْيَصُمْهُ»
  เดือนเราะมะฎอนเป็นเดือนที่อัลกุรอานถูกประทานลงมาเป็นข้อแนะนำสำหรับมวลมนุษยชาติ  และเป็นหลักฐานอันชัดเจนเกี่ยวกับข้อแนะนำนั้น  และเป็นสิ่งที่มาจำแนกระหว่างความจริงกับความเท็จ  ดังนั้นผู้ใดจากกลุ่มพวกท่านเข้าอยู่ในเดือนนั้นแล้วก็จงถือศิลอด...  (อัลบากอเราะฮฺ  :185)

 ในโอกาสนี้เราเห็นว่าเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมในการรวบรวมบรรดาหะดีษและอาษารฺซึ่งเป็นประตูหลายบานที่จะนำไปสู่ความดีงามพร้อมทั้งเป็นการมาช่วยขัดเกลาในภารกิจอันสำคัญของเดือนอันประเสริฐนี้  พร้อมกันนี้ได้เตือนระวังถึงความจำเป็นต่อการรักษาการทำอิบาดะฮฺทั้งที่เป็นฟัรฏูและซุนนะฮฺ  และอัลลอฮฺเป็นผู้นำทางสู่เส้นทางอันเที่ยงตรง

1.                การมีความบริสุทธิ์ใจ  (อิคลาศ)  อัลลอฮฺกล่าวว่า:
«وَمَا أُمِرُوا إِلَّا لِيَعْبُدُوا اللَّهَ مُخْلِصِينَ لَهُ الدِّينَ حُنَفَاءَ وَيُقِيمُوا الصَّلَاةَ وَيُؤْتُوا الزَّكَاةَ وَذَلِكَ دِينُ الْقَيِّمَةِ»
  และพวกเขามิได้ถูกบัญชาให้กระทำอื่นใดนอกจากเพื่อเคารพภักดีต่ออัลลอฮฺ  เป็นผู้มีเจตนาบริสุทธิ์ในการภักดีต่อพระองค์เป็นผู้อยู่ในแนวทางอันเที่ยงตรงและดำรงการละหมาดและจ่ายซะกาตและนั่นคือศาสนาอันเที่ยงธรรม  (อัลบัยยินะฮฺ : 5)

2.                มุ่งมั่นในการกลับเนื้อกลับตัว  (เตาบะฮฺ) ต่ออัลลอฮฺ  ท่านรอซูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม  กล่าวว่า  ผู้ใดที่ได้เตาบะฮฺก่อนดวงอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันตก  อัลลอฮฺจะตอบรับการเตาบะฮฺของเขา  (มุสลิม)  แท้จริงอัลลอฮฺจะตอบรับการเตาบะฮฺของบ่าวตราบใดที่ลมหายใจยังไม่ถึงคอหอย  (อัตติรมิซียฺ)

3.                ขอดุอาอฺขณะที่เห็นเดือนจันทร์เสี้ยวว่า  โอ้อัลลอฮฺขอให้เราได้รับเดือนเสี้ยวด้วยความปลอดภัยและความอีมาน  ความปลอดภัยและอิสลาม  อัลลอฮฺเป็นผู้อภิบาลของฉันและของท่าน  (อะหฺมัดและอัตติรมิซียฺ)

4.                ถือศิลอดเดือนเราะมะฎอนด้วยอีมานและหวังในการตอบแทน  ผู้ใดที่ถือศีลอดด้วยความอีมานและหวังในการตอบแทน  จะถูกอภัยโทษให้แก่เขาในความผิดที่ผ่านมา  (อัลบุคอรียฺและมุสลิม)

5.                ถือศีลอดในเดือนเชาวาล  6  วัน  ผู้ใดที่ถือศีลอดในเดือนเราะมะฎอนและถือศีลอดตามอีกหกวันในเดือนเชาวาลแล้ว เสมือนว่าเขาผู้นั้นได้ถือศีลอดหนึ่งปี  (มุสลิม)

6.                ละหมาดกลางคืนในเดือนเราะมะฎอนด้วยความอีมานและหวังในการตอบแทน  ผู้ที่ละหมาดตอนกลางคืนในเดือนเราะมะฎอนด้วยความอีมานและหวังในการตอบแทน  จะถูกอภัยโทษให้แก่เขาในความผิดที่ผ่านมา  (อัลบุคอรียฺและมุสลิม)

7.                ละหมาดในคืนลัยละตุลก็อดรฺด้วยความอีมานและหวังในการตอบแทน  ผู้ใดที่ละหมาดในคืนลัยละตุลก็อดรฺด้วยความอีมานและหวังในการตอบแทน  จะถูกอภัยโทษให้แก่เขาในความผิดที่ผ่านมา  (อัลบุคอรียฺและมุสลิม)

8.                มีความมุ่งมั่นในการทำอิบาดะฮฺช่วง  10  คืนสุดท้ายของเดือนเราะมะฎอน  ปรากฏว่าท่านรอซูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม เมื่อเข้าช่วงสิบคืนสุดท้าย  ท่านจะไม่นอนในตอนกลางคืน  ปลุกให้สมาชิกในครอบครัวตื่น  และจะถลกผ้าโสร่งขึ้น  (เปรียบเทียบถึงความมุ่งมั่นในการแสวงหาความดีของท่าน) (อัลบุคอรียฺและมุสลิม)

9.                ทำอุมเราะฮฺ  การทำอุมเราะฮฺในเดือนเราะมะฎอนผลบุญเทียบเท่าการทำฮัจญ์  หรือการทำฮัจญ์พร้อมกับฉัน  (อัลบุคอรียฺและมุสลิม)
 
10.            การเอี๊ยะติกาฟ  ปรากฏว่าท่านรอซูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม จะเอี๊ยะติกาฟในช่วงสิบคืนสุดท้ายของเดือนเราะมะฎอน  (อัลบุคอรียฺ)

11.            เลี้ยงอาหารแก่ผู้ที่ถือศีลอด  ผู้ใดที่เลี้ยงอาหารแก่ผู้ที่ถือศีลอดเขาจะได้รับผลบุญเหมือนผู้ที่ถือ  โดยที่ผลบุญของผู้ที่ถือศีลอดไม่ได้ลดน้อยลงแต่ประการใด  (อัตติรมิซียฺ  ท่านกล่าวว่าเป็นหะดีษฮะซันศอเฮี๊ยะ)

12.            อ่านและใคร่ครวญอัลกุรอาน  จงอ่านอัลกุรอาน  แท้จริงในวันกิยามะฮฺมันจะช่วยเหลือให้แก่สหายของมัน  (มุสลิม)

13.            เรียนและสอนอัลกุรอาน  ผู้ที่ประเสริฐสุดในกลุ่มพวกท่านคือ  ผู้ที่เรียนและสอนอัลกุรอาน"  (อัลบุคอรียฺ)

14.            ซิกรุลลอฮฺตะอาลา  เอาหรือไม่ฉันจะบอกพวกท่านถึงการงานที่ดีที่สุดสำหรับพวกท่าน  เพิ่มพูน(ผลบุญ)มากที่สุด ณ ที่พระเจ้า  มีตำแหน่งสูงส่งที่สุด  ประเสริฐกว่าการบริจาคเงินทอง  ประเสริฐกว่าที่ท่านออกไปเผชิญหน้ากับศัตรูโดยที่พวกท่านได้ฆ่าพวกเขาและพวกท่านถูกพวกเขาฆ่า ?  พวกเขากล่าวว่า : เอาซิ ท่านรอซูลกล่าวว่า : การรำลึกถึงอัลลอฮฺ  (อัตติรมิซียฺ)

15.            อิสติฆฟาร  (ขออภัยโทษ)  ผู้ที่ขออิสติฆฟารอยู่เป็นประจำ  อัลลอฮฺจะเปลี่ยนจากความเศร้าหมองเป็นความเบิกบาน  จากความคับแคบให้มีทางออก  และจะประทานริซกีย์ให้แก่เขาอย่างที่ไม่คาดคิด  (อะบูดาวุดและอัลนะสาอียฺ)
16.            อาบน้ำละหมาดอย่างดี  ผู้ใดที่ได้อาบน้ำละหมาดอย่างดีความผิดจะหลุดออกจากร่างกายของเขาแม้กระทั่งความผิดที่อยู่ในซอกเล็บ  (มุสลิม)

17.            กล่าวดุอาอฺหลังจากอาบน้ำละหมาด  ผู้ใดที่ได้อาบน้ำละหมาดอย่างดีต่อจากนั้นเขาได้กล่าวว่า : อัชฮาดุอัลลาอิลาฮาอิลลัลลอฮฺ  วะฮฺดะฮูลาชะรีกาละฮฺ  วะอัชฮาดุอันนามุฮัมมะดันอับดุฮูวะรอซูลุฮฺ  อัลลอฮุมมัจญอันนีมินัตเตาวาบีน  วัจญอันนีมินัลมุตะเตาะฮิรีน - บรรดาประตูสวรรค์จะถูกเปิดให้แก่เขา  เขาสามารถเข้าทางประตูบานไหนก็ได้ตามที่เขาประสงค์ (มุสลิม)

18.            พยายามรักษาน้ำละหมาดเอาไว้  จงปฏิบัติให้เป็นประจำ  ตามที่ท่านมีความสามารถโดยไม่นับจำนวน  พวกท่านพึงทราบเถิดว่าการงานที่ประเสริฐสุดสำหรับพวกท่านคือการละหมาด  และไม่มีผู้ใดที่รักษาน้ำละหมาดเอาไว้นอกจากมุอ์มิน  (อิบนุมาญะฮฺ)

19.            ทำความสะอาดฟัน  หากไม่เป็นความลำบากแก่ประชาชาติของฉัน  ฉันจะใช้พวกเขาแปรงฟันในทุกครั้งที่เขาละหมาด  (อัลบุคอรียฺและมุสลิม)

20.            ละหมาดสองร็อกอัตหลังจากอาบน้ำละหมาด  ไม่มีคนหนึ่งคนใดที่เขาได้อาบน้ำละหมาดอย่างดี  ต่อจากนั้นได้ละหมาดสองร็อกอัตด้วยกับหัวใจและกายที่มีความมุ่งมั่น  นอกจากจำเป็นแก่เขาได้รับสวนสวรรค์  (มุสลิม)

21.            กล่าวดุอาอฺหลังจากอะซาน  ผู้ใดที่กล่าวขณะที่ได้ยินเสียงอะซานว่า     อัลลอฮุมมาร็อบบาฮาซิฮิดดะวะติตตามะ  วัศศอลาติลกออิมะฮฺ  อาติมุฮัมมะดานิลวะซีละฮฺวัลฟาฏีละฮฺ  วับอัซฮูมะกอมัน  มะฮฺมูดะนิลลาซีวะอัดตะฮฺ ในวันกิยามะฮฺการช่วยเหลือของฉันจะเป็นที่อนุญาตแก่เขา (อัลบุคอรียฺ)

22.            การขอดุอาอฺระหว่างอะซานกับอิกอมะฮฺ  การขอดุอาอฺระหว่างอะซานกับอิกอมะฮฺจะไม่ถูกปฏิเสธ  (อะบูดาวุดและอัตติรมิซียฺ)

23.            ดำรงการละหมาด  เวลา  ไม่มีมุสลิมคนใดได้ทำการละหมาดฟัรฏู  เขาอาบน้ำละหมาดอย่างดี  มีสมาธิอย่างดีและรูกั๊วะอย่างดี  นอกจากเขาจะถูกลบล้างความผิดเล็กๆ  ในปีที่ผ่านมาทั้งหมด  (มุสลิม)

24.            รักษาการละหมาดให้อยู่ในเวลา  ท่านรอซูล  ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม  ถูกถามว่า : การงานใดประเสริฐที่สุด ?  ท่านรอซูลตอบว่า : การละหมาดในเวลา  (อัลบุคอรียฺและมุสลิม)

25.            รักษาละหมาดฟัจญรีและอัศรี  ผู้ใดที่ได้ละหมาดบัรดัยนฺ  (ศุบฮิและอัศรี)  เขาจะได้เข้าสวนสวรรค์  (อัลบุคอรียฺ)

26.            รักษาละหมาดญุมอะฮฺ  ระหว่างการละหมาดห้าเวลา  จากญุมอะฮฺถึงญุมอะฮฺ  จากเราะมะฎอนถึงเราะมะฎอน  พวกเขาจะถูกลบล้างความผิดให้  เมื่อเขาได้ออกห่างจากบาปใหญ่  (มุสลิม)

27.            พยายามแสวงหาช่วงเวลาที่ดุอาอฺถูกตอบรับในวันศุกร์  ในวันศุกร์จะมีเวลาช่วงหนึ่งไม่มีบ่าวมุสลิมคนใดตรงกับช่วงเวลานั้นในสภาพที่เขายืนละหมาดและร้องขอสิ่งใดต่ออัลลอฮฺนอกจากอัลลอฮฺจะให้สิ่งนั้นแก่เขา”  (อัลบุคอรียฺและมุสลิม)

28.            อ่านซูเราะฮฺอัลกะฮฺฟีในวันศุกร์  ผู้ใดที่อ่านซูเราะฮฺอัลกะฮฺฟีในวันศุกร์  รัศมีจะส่องประกายแก่เขาในระหว่างวันศุกร์ถึงอีกวันศุกร์  (อัลนะสาอียฺและอัลฮากิม)

29.            การเดินไปมัสยิด  ผู้ใดที่เดินไปมัสยิดในตอนเช้าและตอนบ่าย  อัลลอฮฺจะเตรียมที่พักให้แก่เขาในสวนสวรรค์  ทุกครั้งที่เขาเดินไปในตอนเช้าและตอนบ่าย  (อัลบุคอรียฺและมุสลิม)

30.            การละหมาดในมัสยิดฮะรอม  การละหมาดในในมัสยิดหลังนี้ประเสริฐกว่ามัสยิดอื่นๆ    1,000  ละหมาด  นอกจากมัสยิดฮะรอม  (มักกะฮฺ)  เพราะการละหมาดในมัสยิดฮารอมประเสริฐกว่าละหมาดในมัสยิดหลังนี้  100,000  ละหมาด  (อะหฺมัดและอิบนิคุซัยมะฮฺ)

31.            การละหมาดในมัสยิดนะบะวียฺ  (มะดีนะฮฺ)  การละหมาดในในมัสยิดหลังนี้ประเสริฐกว่ามัสยิดอื่นๆ    1,000  ละหมาด  นอกจากมัสยิดฮะรอม  (มุสลิม)

32.            การละหมาดที่มัสยิดอัลอักศอ  อย่าได้มุ่งมั่นตั้งใจใช้ความพยายามที่จะไปเยี่ยมสถานที่ต่างๆ  นอกจากสามมัสยิด คือ  มัสยิดฮะรอม  มัสยิดรอซูล  ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม  และมัสยิดอัลอักศอ  (อัลบุคอรียฺ)

33.            การละหมาดที่มัสยิดกุบาอฺ  ผู้ใดที่ได้ละหมาดในมัสยิดกุบาอฺ  ภาคผลบุญเท่ากับการทำอุมเราะฮฺ  (อิบนุหิบบาน)

34.            รักษาการละหมาดญะมาอะฮฺ  การละหมาดญะมาอะฮฺประเสริฐกว่าการละหมาดคนเดียวถึง  27  เท่า”  (อัลบุคอรียฺและมุสลิม)

35.            เอาใจใส่ต่อการละหมาดแถวแรก  หากมนุษย์รู้คุณค่าของการอะซานและการละหมาดแถวแรก  ต่อจากนั้นพวกเขาจะไม่พบสถานที่นั้นนอกจากพวกเขาต้องจับสลาก แน่นอนพวกเขาย่อมจะจับฉลาก  (อัลบุคอรียฺและมุสลิม)

36.            ละหมาดฏุฮาเป็นประจำ  ทุกตอนเช้ากระดูกทุกข้อของพวกท่านได้ทำศอดาเกาะฮฺ  ทุกครั้งที่กล่าว ซุบฮานัลลอฮฺ เป็นศอดาเกาะฮฺ  กล่าว อัลฮัมดุลิลลาฮฺ เป็นศอดาเกาะฮฺกล่าว ลาฮิลาฮะอิลลัลลอฮฺ เป็นศอดาเกาะฮฺ  กล่าว อัลลอฮูอักบัร เป็นศอดาเกาะฮฺการใช้ให้ทำความดีเป็นศอดาเกาะฮฺ  การห้ามปรามจากความชั่วเป็นศอดาเกาะฮฺ  และเป็นการเพียงพอจากสิ่งต่างๆ  ที่กล่าวมาด้วยการละหมาดฏุฮาสองร็อกอัต  (มุสลิม)

37.            รักษาซุนนะฮฺเราะวาติบ  ไม่มีบ่าวมุสลิมคนใดที่ละหมาดเพื่ออัลลอฮฺในวันหนึ่ง  12  ร็อกอัตด้วยความสมัครใจนอกเหนือจากละหมาดฟัรฏู  ยกเว้นอัลลอฮฺจะสร้างบ้านหลังหนึ่งในสวนสวรรค์ให้แก่เขา  (มุสลิม)

38.             สร้างบรรยากาศในบ้านด้วยกับสิ่งที่เป็นซุนนะฮฺ  จงละหมาด (ซุนนะฮฺ) ในบ้านของพวกท่าน  และอย่าทำบ้านให้เสหมือนกุโบรฺ  (อัลบุคอรียฺ)

39.            สุญูดให้มากๆ  สภาพที่บ่าวใกล้ชิดต่อพระผู้อภิบาลของเขามากที่สุดคือ  ในสภาพที่เขาสุญูด  ดังนั้นจงขอดุอาอฺให้มาก”  (มุสลิม)

40.            การนั่งในที่ละหมาดหลังจากละหมาดศุบฮฺเพื่อรำลึกถึงอัลลอฮฺ  ผู้ใดที่ได้ละหมาดญามาอะฮฺศุบฮฺหลังจากนั้นเขาได้นั่งรำลึกถึงอัลลอฮฺจนกระทั่งดวงอาทิตย์ขึ้น  ต่อจากนั้นเขาได้ละหมาดสองร็อกอัต  เขาได้รับภาคผลบุญเท่ากับการทำฮัจญ์และอุมเราะฮฺ  (อัตติรมิซียฺ)

41.            การละหมาดและติดตามญะนาซะฮฺ  ผู้ที่ได้เยี่ยมญะนาซะฮฺพร้อมทั้งละหมาดให้เขาได้รับผลบุญเท่าหนึ่งกีรอต  และผู้ที่เข้าร่วมจนกระทั่งฝังเขาจะได้รับผลบุญเท่าสองกีรอต  มีคนกล่าวว่า : สองกีรอตนี้เท่าไหร่ ?  ท่านรอซูลตอบว่า : เท่ากับภูเขาใหญ่สองภูเขา  (อัลบุคอรียฺและมุสลิม)

42.             การละหมาดที่บ้านสำหรับผู้หญิง  พวกท่านอย่าได้ห้ามบรรดาผู้หญิงของพวกท่านไปละหมาดที่มัสยิด  และการละหมาดที่บ้านของพวกนางย่อมประเสริฐกว่า  (อะบูดาวุด)

43.            เอาใจใส่ต่อการละหมาดอีดในสนาม  (มุศ็อลลา)  ปรากฏว่าท่านรอซูลออกไปละหมาดวันอีดิลฟิตรีและอีดิลอัฏฮาที่มุศ็อลลา  (อัลบุคอรียฺ)

44.            ฝึกฝนลูกหลานให้ละหมาด  จงใช้ลูกหลานของพวกท่านให้ละหมาดขณะอายุของพวกเขาได้  ปี  และให้ตีพวกเขา  (หากขาด)  เมื่ออายุได้  10  ปี  และจงแยกที่นอนของพวกเขา  (อะบูดาวุด)

45.            ฝึกฝนลูกหลานให้ถือศิลอด  จากอัรรอบีอฺ  บินติ  มุเอาวัซ  กล่าวว่า: "พวกเราได้ถือศีลอดและฝึกฝนให้ลูกหลานของเราถือศีลอด  และเราได้ให้ของเล่นแก่พวกเขาเพื่อให้ลืมความหิวโหย  (อัลบุคอรียฺ) 

46.            ซิกรุลลอฮฺหลังจากละหมาดฟัรฏู  ผู้ใดที่กล่าว ซุบฮานัลลอฮฺ ทุกครั้งหลังละหมาด  33  ครั้ง  อัลฮัมดุลิลลาฮฺ”  33  ครั้ง  อัลลอฮุอักบัร  33  ครั้ง  รวมเป็น  99  ครั้ง  ต่อจากนั้นเขากล่าวว่า ลาอิลาฮะอิลลัลลอฮฺ  วะฮฺดาฮูลาชะรีกาละฮฺ  ละฮุลมุลกุ  วะลาอุลฮัมดุ  วะฮูวาอะลากุลลีชัยอินกอดีร  ความผิดของเขาจะถูกลบล้างถึงแม้จะมีมากเท่าฟองน้ำในทะเล  (มุสลิม)

47.            รักษาละหมาดตะรอเวี๊ยะ  ละหมาดที่ประเสริฐสุดหลังจากละหมาดฟัรฏู คือ  ละหมาดในยามกลางคืน  (มุสลิม)

48.            ให้รีบในการละศีลอด  มนุษย์จะยังคงอยู่ความดีงาม  ตราบใดที่พวกเขารีบเร่งในการละศีลอด  (อัลบุคอรียฺ)

49.            ให้ละศีลอดก่อนละหมาด  ปรากฏว่าท่านนบี  ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม  ท่านจะละศีลอดก่อนที่ท่านจะละหมาด  (อะหฺมัด)

50.            ละศีลอดด้วยอินทผลัม   ผู้ที่มีอินทผลัมก็จงละศีลอดกับมัน  หากไม่มีอินทผลัมก็จงละด้วยกับน้ำ  แท้จริงน้ำนั้นสะอาด  (อะหฺมัด , อะบูดาวุดและอัตติรมิซียฺ)

51.            พยายามรักษาดุอาอฺขณะละศีลอด  ซะฮะบัซซอมาอุ  วับตัลละติลอุรูกู  วะซะบะตัลอัจญรุ  อินชาอัลลอฮุตะอาลา  (อะบูดาวุด , อัดดารุกุฏนียฺและอัลฮากิม)

52.            ให้ขอดุอาอฺขณะที่จะละศิลอด  แท้จริงสำหรับผู้ถือศิลอด  ขณะที่เขาจะละศิลอดการขอพรของเขาจะไม่ถูกปฏิเสธ  (อิบนิมาญะฮฺ)

53.            ขอดุอาอฺโดยทั่วไป  แท้จริงอัลลอฮฺตรัสว่า : ฉันอยู่  ณ  ที่บ่าวของฉันเมื่อเขานึกถึงฉัน และฉันจะอยู่พร้อมกับเขา  (ใกล้ชิด)  เมื่อเขาร้องขอต่อฉัน  (อัลบุคอรียฺและมุสลิม)

54.            รับประทานอาหารสะหูร  พวกท่านจงรับประทานอาหารสะหูรเถิด  เพราะแท้จริงในสะหูรมีบารอกะฮฺ  (อัลบุคอรียฺและมุสลิม)

55.            กล่าวสรรเสริญต่ออัลลอฮฺหลังจากรับประทานหรือดื่มเสร็จ  แท้จริงอัลลอฮฺจะพอพระทัยต่อบ่าว  เมื่อเขารับประทานอาหารเขาได้กล่าวสรรเสริญหรือเมื่อเขาได้ดื่มเขาก็ได้กล่าวสรรเสริญ  (มุสลิม)

56.            จ่ายซะกาต  และพวกเขามิได้ถูกบัญชาให้กระทำอื่นใดนอกจากเพื่อเคารพภักดีต่ออัลลอฮฺ  เป็นผู้มีเจตนาบริสุทธิ์ในการภักดีต่อพระองค์เป็นผู้อยู่ในแนวทางอันเที่ยงตรงและดำรงการละหมาดและจ่ายซะกาตและนั่นคือศาสนาอันเที่ยงธรรม  (อัลบัยยินะฮฺ : 5)

57.            จ่ายซะกาตฟิตรี  ท่านรอซูล  ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม  ได้กำหนดซะกาตฟิตรีให้แก่ผู้ถือศีลอดเพื่อเป็นการชำระล้างจากเรื่องไร้สาระและการเกี้ยวพาราศรีและเป็นอาหารให้แก่คนยากจน  ผู้ที่จ่ายมันก่อนละหมาดอีดถือว่าเป็นซะกาตที่ถูกรับ  ส่วนผู้ที่จ่ายมันหลังจากละหมาดอีดถือว่าเป็นศอดาเกาะฮฺเหมือนกับศอดาเกาะฮฺทั่วไป  (อะบูดาวุด)

58.            การใช้จ่ายไปในหนทางของอัลลอฮฺ
«وَمَا تُقَدِّمُوا لِأَنْفُسِكُمْ مِنْ خَيْرٍ تَجِدُوهُ عِنْدَ اللَّهِ إِنَّ اللَّهَ بِمَا تَعْمَلُونَ بَصِيرٌ»
  และความดีงามอันใดที่พวกเจ้าได้กระทำไว้ล่วงหน้าสำหรับตัวของพวกสูเจ้าเอง  พวกสูเจ้าก็จะได้พบมัน  ณ  ที่อัลลอฮฺ  แท้จริงอัลลอฮฺเป็นผู้เห็นในสิ่งที่พวกสูเจ้ากระทำกันอยู่  (อัลบากอเราะฮฺ : 110)

59.            เศาะดะเกาะฮฺ  การทำเศาะดะเกาะฮฺจะลบล้างความผิด  เสมือนการเอาน้ำดับไฟ  (อัตติรมิซียฺ)

60.            เศาะดะเกาะฮฺของผู้ที่มีเพียงเล็กน้อย  โอ้ท่านรอซูลุลลอฮฺ!  เศาะดะเกาะฮฺประเภทใดที่ประเสริฐที่สุด ?  ท่านตอบว่า : การพยายามทำศอดาเกาะฮฺของผู้ที่มีเพียงเล็กน้อยและเริ่มจากผู้ที่อยู่ภายใต้การรับผิดชอบดูแล  (อะบูดาวุด , อิบนิคุซัยมะฮฺและอัลฮากิม)

61.            เศาะดะเกาะฮฺในที่ลับ  การกระทำดีจะปกป้องการเกิดความชั่วและการเศาะดะเกาะฮฺในที่ลับจะมาลบล้างความกริ้วโกรธแห่งพระผู้อภิบาล  และการสร้างปฏิสัมพันธ์กับเครือญาติจะทำให้อายุยืน  (อัฏฏอบรอนียฺ)

62.            ความประเสริฐของผู้ทำหน้าที่จัดเก็บเศาะดะเกาะฮฺ  แท้จริงผู้เฝ้ากองคลังมุสลิมที่มีความซื่อสัตย์  ซึ่งเขาได้ปฏิบัติตามหน้าที่อย่างครบถ้วนสมบูรณ์และเขาได้แจกจ่ายมันไปให้แก่ผู้ที่มีสิทธิที่ได้รับด้วยความบริสุทธ์ใจ  เขาก็เป็นผู้หนึ่งจากจากบรรดาผู้บริจาคทาน   (อัลบุคอรียฺและมุสลิม)

63.            สร้างมัสยิด ผู้ที่ได้สร้างมัสยิดโดยแสวงหาความพอพระทัยจากอัลลอฮฺ  จะถูกสร้างเหมือนกับมัสยิดให้แก่เขาในสวนสวรรค์  (อัลบุคอรียฺ)

64.            ให้สลามและแจกจ่ายอาหาร  โอ้บรรดามนุษยชาติ ! จงให้สลาม  แจกจ่ายอาหาร  ติดต่อเครือญาติ  และจงละหมาดในยามค่ำคืนขณะที่มนุษย์นอนหลับ  แล้วท่านจะได้เขาสวนสวรรค์อย่างสันติภาพ  (อัตติรมิซียฺ)

65.            ขจัดสิ่งที่เป็นอันตรายออกจากถนน  ฉันเห็นชายคนหนึ่งกำลังเพลิดเพลินในสวนสวรรค์เพราะต้นไม้ต้นหนึ่งที่เขาได้ตัดออกจากท้องถนน  ซึ่งมันได้สร้างความเดือดร้อนให้กับผู้คนที่สัญจรไปมา  (มุสลิม)

66.            ทำดีและเชื่อฟังต่อบิดามารดา  น่าเวทนา  น่าเวทนา  น่าเวทนา  มีคนกล่าวว่า : ใครกันท่านรอซูลุลลอฮฺ ? ท่านรอซูลตอบว่า : ผู้ที่มีชีวิตช่วงที่พ่อแม่ของเขาคนหนึ่งคนใดแก่ชราหรือทั้งสองคน  แต่เขากลับไม่ได้รับสวนสวรรค์  (มุสลิม)

67.            ภรรยาปฏิบัติตามและเชื่อฟังต่อสามี  เมื่อภรรยาได้ละหมาดห้าเวลา  ถือศีลอดในเดือนเราะมะฎอน  รักษาอวัยวะเพศและเชื่อฟังสามีของเธอ  สามารถเลือกเข้าประตูสวรรค์บานไหนก็ได้ตามความประสงค์”  (อิบนุมาญะฮฺ)

68.            แสวงหาปัจจัยยังชีพที่หะลาลและทำงานด้วยตัวเอง  ท่านรอซูล  ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม  ถูกถามว่า : การแสวงหาปัจจัยยังชีพอย่างไรที่ดีที่สุด ?  รอซูลตอบว่า : การที่คนๆ  หนึ่งทำงานด้วยตัวเองและทุก ๆ แสวงหาในสิ่งที่ดี”  (อัลฮากิม)

69.            เลี้ยงดูภรรยาและผู้ที่อยู่ภายใต้การปกครอง  เมื่อมุสลิมได้จ่ายค่าเลี้ยงดูให้แก่ผู้ที่อยู่ภายใต้การปกครองของเขา  ในสภาพที่เขาคาดหวังผลบุญเท่ากับเขาได้เศาะดะเกาะฮฺ  (อัลบุคอรียฺและมุสลิม)

70.            เลี้ยงดูหญิงหม้ายและคนยากจน  ผู้ที่เลี้ยงดูหญิงหม้ายและคนยากจน  เปรียบเสมือนผู้ที่ออกต่อสู้ในหนทางของอัลลอฮฺ  และฉันคิดว่าท่านพูดว่า  เปรียบเสมือนคนยืนละหมาดไม่หยุดพักหรือผู้ที่ถือศิลอดโดยไม่ละ  (อัลบุคอรียฺ)

71.            อุปถัมภ์และเลี้ยงดูเด็กกำพร้า  ฉันและผู้ที่เลี้ยงดูเด็กกำพร้าในสวนสวรรค์จะอยู่กันอย่างนี้  ท่านพูดโดยที่ชูนิ้วกับนิ้วกลาง  (หมายถึงอยู่กันอย่างใกล้ชิด)  (อัลบุคอรียฺ)

72.            ลูบศรีษะและแสดงความเอ็นดูต่อเด็กกำพร้า  มีชายคนหนึ่งร้องทุกข์กับท่านรอซูล  ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม  ว่าเขามีหัวใจที่แข็งกระด้าง  ท่านรอซูลตอบว่า : “จงลูบศรีษะเด็กกำพร้าและจงให้อาหารกับคนยากจน  (อะหฺมัด)

73.            เป็นธุระให้กับพี่น้องที่มีความจำเป็น  การที่คนหนึ่งคนใดในกลุ่มพวกท่านเดินไปกับพี่น้องเพื่อช่วยปลดเปลื้องความจำเป็นให้กับเขา และท่านได้ชี้นิ้วไปยังมัสยิด ประเสริฐกว่าการที่เขาเอิ๊ยะติกาฟในมัสยิดของฉันถึงสองเดือน  (อัลฮากิม)

74.            เยี่ยมเยียนพี่น้องเพื่ออัลลอฮฺ  นบีได้เข้าสวรรค์  ผู้ที่อีมานอย่างแท้จริงได้เข้าสวรรค์และผู้ที่ไปเยี่ยมเยียนพี่น้องของเขาอีกเมืองหนึ่งโดยที่เขาไม่ได้เยี่ยมเพื่อสิ่งใดนอกจากเพื่ออัลลอฮฺจะได้เข้าสวนสวรรค์  (อัฏฏอบรอนียฺ)

75.            เยี่ยมเยียนผู้ป่วย  ผู้ที่ไปเยี่ยมเยียนผู้ป่วยเขายังคงอยู่ใน ค็อรฟะตุลญันนะฮฺ  มีคนกล่าวว่า : โอ้ท่านรอซูล ค็อรฟะตุลญันนะฮฺคืออะไร ? ท่านรอซูลตอบว่า : ส่วนปีกของสวรรค์  (มุสลิม)
76.            ติดต่อเครือญาติถึงแม้ว่าเขาตัดสายสัมพันธ์  เครือญาติถูกผูกติดอยู่กับบัลลังก์  เครือญาติกล่าวว่า : ใครติดต่อกับฉันอัลลอฮฺจะติดต่อกับเขา  และใครที่ตัดสัมพันธ์กับฉันอัลลอฮฺจตัดสัมพันธ์กับเขา”  (อัลบุคอรียฺและมุสลิม)

77.            มอบความเปี่ยมสุขให้แก่พี่น้องมุสลิม  ผู้ใดที่พบพี่น้องมุสลิมของเขาด้วยกับสิ่งที่เขารักเขามีความสุขกับสิ่งดังกล่าว  ในวันกิยามะฮฺอัลลอฮฺจะประทานความสุขให้แก่เขา  (อัฏฏอบรอนียฺ)

78.            ให้ความสะดวกแก่ผู้ที่มีความลำบากยากแค้น  ผู้ใดที่ให้ความสะดวกแก่ผู้ที่มีความลำบากยากแค้น  อัลลอฮฺจะให้ความสะดวกกับเขาทั้งดุนยาและอาคิเราะฮฺ  (มุสลิม)

79.            ลดหย่อนภารกิจต่อคนรับใช้หรือคนงานในช่วงเดือนเราะมะฎอน  ผู้ใดที่ลดภาระให้แก่ทาสของเขา  อัลลอฮฺจะอภัยโทษให้แก่เขาและจะปลดปล่อยเขาให้รอดพ้นจากไฟนรก  (ส่วนหนึ่งของหะดีษอิบนุคุซัยมะฮฺ)

80.            อ่อนโยนเมตตาต่อผู้ที่มีความอ่อนแอ  บรรดาผู้ที่มีความเมตตาอาทร  ผู้กรุณาปราณีจะเมตตาต่อพวกเขา  พวกท่านจงเมตตาอาทรต่อผู้ที่อยู่บนผืนดินแล้วผู้ที่อยู่บนชั้นฟ้าจะเมตตาต่อพวกท่าน  (อะบูดาวุดและอัตติรมิซียฺ)

81.            ปรับความเข้าใจในระหว่างเพื่อนมนุษย์  ฉันเคยบอกพวกท่านถึงสิ่งที่มีความประเสริฐกว่าการละหมาด  การถือศีลอด  และการบริจาคทานหรือไม่ ? พวกเขาตอบว่า : ยังเลยท่านรอซูลุลลอฮฺ  ท่านรอซูลกล่าวว่า : การปรับความเข้าใจระหว่างคนทั้งสอง  (อะบูดาวุดและอัตติรมิซียฺ)

82.            มีจรรยามารยาทอันดีงาม  ท่านรอซูล  ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม  ถูกถามถึงสิ่งที่ทำให้มนุษย์ส่วนมากได้เข้าสวรรค์ ? ท่านตอบว่า : การยำเกรงต่ออัลลอฮฺและการมีจรรยามารยาทอันดีงาม  (อัตติรมิซียฺ)

83.            การมีความละอาย  ความละอายเป็นส่วนหนึ่งของการศรัทธา  และการศรัทธานั้นอยู่ในสวนสวรรค์  ความหยาบกระด้างเป็นส่วนหนึ่งของความเลวและความเลวนั้นอยู่ในนรก  (อะหฺมัด , อิบนิฮิบบานและอัตติรมิซียฺ)

84.            การพูดจริง  จำเป็นแก่พวกท่านต้องพูดจริง  เพราะการพูดจริงจะนำพาไปสู่ความดีและความดีจะนำไปสู่สวนสวรรค์  (อัลบุคอรียฺและมุสลิม)
85.            มีความสุขุมให้อภัยและมีความอดทนอดกลั้น
وَالْكَاظِمِينَ الْغَيْظَ وَالْعَافِينَ عَنِ النَّاسِ وَاللَّهُ يُحِبُّ الْمُحْسِنِينَ
  และบรรดาผู้ที่อดกลั้นและบรรดาผู้ที่ให้อภัยแก่เพื่อนมนุษย์  และอัลลอฮฺนั้นทรงรักบรรดาผู้ที่กระทำความดี  (อาละอิมรอน : 134
ท่านรอซูล  ศ็อลลัลลอฮฺอะลัยฮิวะซัลลัม กล่าวกับอัลอะชัชญฺว่า  แท้จริงในตัวของท่านมีสองลักษณะที่พระองค์ทรงรัก  ความเมตตาสงสารและความสุขุมรอบคอบ  (มุสลิม)

86.            การจับมือทักทาย  ไม่มีมุสลิมสองคนเมื่อเขาทั้งสองคนได้พบกันแล้วจับมือ  นอกจากจะถูกอภัยโทษให้ทั้งสองก่อนที่เขาทั้งสองจะแยกย้าย  (อะบูดาวุดและอัตติรมิซียฺ)

87.            มีใบหน้าที่ยิ้มแย้มเบิกบาน  พวกท่านอย่าได้ดูถูกความดีอันใด  ถึงแม้ว่าการที่ท่านพบพี่น้องของท่านด้วยกับใบหน้าที่ยิ้มแย้ม  (มุสลิม)

88.            มีความใจกว้างในการซื้อขาย  อัลลอฮฺจะเมตตาต่อบุคคลที่มีความใจกว้างเมื่อเขาขายหรือเมื่อเขาซื้อและเมื่อเขาผ่อนผัน    (อัลบุคอรียฺ)

89.            ลดสายตาจากการมองสิ่งฮารอม  การมองเป็นลูกศรอาบยาพิษของอิบลีส  ผู้ที่ละทิ้งเนื่องจากเกรงกลัวต่อฉัน  ฉันจะทดแทนการอีมานให้แก่เขา  เขาจะได้พบความหอมหวานของอีมานเกิดขึ้นในหัวใจของเขา  (อัฏฏอบรอนียฺ)

90.            ใช้กันในเรื่องของความดีงามและห้ามปรามในเรื่องความไม่ดี  เมื่อคนหนึ่งคนใดในกลุ่มพวกท่านเห็นสิ่งที่ไม่ดี  เขาจงเปลี่ยนมันด้วยมือหากเขาไม่มีความสามารถจงเปลี่ยนด้วยกับลิ้น  หากเขาไม่มีความสามารถจงเปลี่ยนด้วยกับหัวใจซึ่งถือว่าเป็นการอีมานขั้นอ่อนที่สุด  (มุสลิม)

91.            อยู่ร่วมกับบรรดาคนดี  ไม่มีกลุ่มชนใดที่นั่งรวมตัวกันเพื่อรำลึกถึงอัลลอฮฺนอกจากมะลาอิกะฮฺมาห้อมล้อมพวกเขา  ความเมตตาจะมาแผ่คลุมและความสงบนิ่งจะถูกประทานลงมายังพวกเขา  และอัลลอฮฺจะกล่าวถึงพวกเขากับผู้ที่อยู่ ณ พระองค์  (มุสลิม)
 
92.            ปกป้องลิ้นและอวัยวะเพศ  ผู้ใดที่รับประกันสิ่งที่อยู่ระหว่างเคราทั้งสอง (ปาก)  และสิ่งที่อยู่ระหว่างขาทั้งสอง (อวัยวะเพศ) กับฉันได้  ฉันจะรับประกันสวนสวรรค์ให้แก่เขา    (อัลบุคอรียฺและมุสลิม)
  
93.            กล่าวศอละวาตแก่ท่านนบี  ศ็อลลัลลอฮฺอะลัยฮิวะซัลลัม  ผู้ใดที่กล่าวศอละวาตให้แก่ฉันหนึ่งครั้ง  อัลลอฮฺจะให้กล่าวให้กับเขาสิบครั้ง”  (มุสลิม)

94.            ทำความดีและชี้นำไปสู่ความดีงาม ทุกความดีงามเป็นศอดาเกาะฮฺ  และผู้ที่ชี้นำไปสู่ความดีเขาได้รับผลบุญเหมือนผู้ที่กระทำ”  (อัลบุคอรียฺและมุสลิม)  “ผู้ที่ชี้นำไปสู่ความดีงาม  เขาจะได้รับผลบุญเหมือนกับผู้กระทำ”  (มุสลิม)

95.            การเรียกร้องเชิญชวนไปสู่อัลลอฮฺ  ผู้ที่เชิญชวนไปสู่ทางนำเขาจะได้รับผลบุญเหมือนผู้ที่ปฏิบัติ  โดยที่ผลบุญของผู้กระทำไม่ได้ลดหย่อนแต่ประการใด”  (มุสลิม)

96.            ปกปิดความลับของผู้อื่น  บ่าวคนหนึ่งจะไม่ปกปิดความลับของบ่าวอีกคนในดุนยา  นอกจากอัลลอฮฺจะปกปิดความลับให้แก่เขาในอาคิเราะฮฺ  (มุสลิม)

97.            ให้มีความอดทน  ไม่มีมุสลิมคนใดที่ประสบกับความเคราะห์ร้าย  การเจ็บไข้  กลัดกลุ้มใจ  เสียใจ  อันตราย  ทุกข์ระทมหรือแม้กระทั่งถูกหนามตำนอกจากอัลลอฮฺจะลบล้างจากความผิดให้แก่เขา  (อัลบุคอรียฺ)

98.            กล่าวดุอาอฺลบล้างความผิดหลังจากการชุมนุมรวมตัว  ผู้ที่นั่งรวมตัวกันที่หนึ่งที่ใด แล้วมีเรื่องไร้สาระมากมาย  ดังนั้นเขากล่าวก่อนที่จะลุกขึ้นจากที่รวมตัวของเขาว่า สุบฮานะกัลลอฮุมมาวะบิฮัมดิกะ  อัชฮะดุอัลลาฮิลาฮาอิลลาอันตา  อัสตัฆฟิรุกาวะอะตูบุอิลัยกา นอกจากเขาจะได้รับการอภัยโทษจากสิ่งที่เกิดขึ้นในการรวมตัวของเขา  (อะบูดาวุดและอัตติรมิซียฺ)

99.            ละหมาดสองร็อกอัตเมื่อกระทำความผิด  ไม่มีบ่าวคนใดได้ทำความผิดจากนั้นเขาได้ทำความสะอาด  แล้วเขาลุกขึ้นยืนและละหมาดสองร็อกอัตและขออภัยโทษต่ออัลลอฮฺ  นอกจากเขาจะถูกให้อภัยโทษ  (อะบูดาวุด)

100.        อบรมเลี้ยงดูบรรดาบุตรสาว  ผู้ที่มีบุตรสาวสามคน  เขาได้เลี้ยงดู  เมตตาอาทรและอุปถัมภ์เลี้ยงดูพวกเธอและแน่นอนสวนสวรรค์เป็นสิ่งจำเป็นแก่เขา  (อะหฺมัด)

101.         ทำความดีต่อสัตว์เดรัจฉาน  มีชายคนหนึ่งเห็นสุนัขกำลังเลียดินเปียกน้ำเนื่องจากความกระหาย  ดังนั้นชายคนนั้นได้เอาคุฟ  (รองเท้าหนัง)  ใส่น้ำจนกระทั่งให้มันได้ดื่มจนสามารถดับกระหาย  อัลลอฮฺได้ขอบใจต่อการกระทำของเขาและได้ให้เขาเข้าสวนสวรรค์  (อัลบุคอรียฺ)

102.        ไม่ร้องขอสิ่งใดจากมนุษย์  ผู้ใดที่รับประกันฉันจะไม่ร้องขอสิ่งใดจากมนุษย์  ฉันจะรับประกันสวนสวรรค์ให้แก่เขา  (อัศฮาบสุนัน)
           
103.        การกล่าว ลาอิลาฮะอิลลัลลอฮฺ และ สุบฮานัลลอฮฺ  ผู้ที่กล่าวว่า - ลาอิลาฮะอิลลัลลอฮฺ  วะฮฺดะฮุละชะรีกะละ  ละอุลมุลกุวะละอุลฮัมดุ  วะฮุวาอะลากุลลีชัยอินกอดีร - ในวันหนึ่ง  100  ครั้ง  เขาจะได้รับผลบุญเท่ากับปล่อยทาส  10  คน  ถูกบันทึกให้แก่เขา  100  ความดีและลบล้างให้แก่เขา  100  ความชั่วและในวันนั้นเขาจะถูกปกป้องให้รอดพ้นจากชัยฏอนจนกระทั่งตกเย็น  และไม่มีผู้ใดทำสิ่งที่ประเสริฐกว่าเขานอกจากผู้ที่ได้กระทำมากกว่าเขา  ผู้ใดกล่าวว่า สุบฮานัลลอฮฺ  วะบิฮัมดิ ในวันหนึ่ง  100  ครั้ง  จะถูกลบล้างความผิดแก่เขาถึงแม้มีเหมือนกับน้ำทะเล(อัลบุคอรียฺและมุสลิม)

104.        เศาะดะเกาะฮฺ ญาริยะฮฺ  เมื่อมนุษย์เสียชีวิตลงการงานทั้งหมดของเขาจะถูกตัดขาดนอกจาก  ประการคือ  การเศาะดะเกาะฮฺ ญาริยะฮฺ  ความรู้ที่ยังประโยชน์และลูกที่ดีขอดุอาอฺให้แก่พ่อแม่  (มุสลิม)

105.        ส่งเสริมให้ผู้หญิงบริจาคทาน  โอ้บรรดาผู้หญิงจงบริจาคทาน  ถึงแม้ว่าเป็นบางส่วนจากเครื่องประดับของพวกเธอก็ตาม  (อัลบุคอรียฺและมุสลิม)

106.        ภรรยาบริจาคสิ่งของจากบ้านของสามี  เมื่อภรรยาได้บริจาคอาหารที่ดีจากบ้านของนาง  นางได้รับผลบุญจากการบริจาคและสามีของนางได้รับผลบุญจากการแสวงหา  และสำหรับผู้เฝ้ากองคลังก็เช่นกัน  พวกเขาบางคนจะไม่ลดหย่อนผลบุญของอีกบางคนแต่ประการใด  (อัลบุคอรียฺและมุสลิม)

107.        เป็นมือบนดีกว่าเป็นมือล่าง  เป็นมือบนดีกว่าเป็นมือล่าง  มือบนคือผู้ให้ส่วนมือล่างคือผู้ขอ  (อัลบุคอรียฺและมุสลิม)

108.        ซื่อสัตย์ในการซื้อการขาย  ผู้ซื้อและผู้ขายมีสิทธิในการเลือกตราบใดที่ทั้งสองฝ่ายยังไม่แยกย้าย  หากทั้งสองฝ่ายมีความซื่อสัตย์และเปิดเผยการซื้อขายก็มีความบารอกะฮฺและหากทั้งสองฝ่ายคดโกงปกปิด ความบารอกะฮฺจะหมดไปจากการซื้อขายของทั้งสองฝ่าย (อัลบุคอรียฺ)

109.        ช่วยเหลือพี่น้องมุสลิม  ผู้ที่ช่วยบรรเทาความทุกข์ให้แก่มุสลิมในดุนยา  อัลลอฮฺจะช่วยบรรเทาความทุกข์ให้แก่เขาในอาคิเราะฮฺ  (มุสลิม)

110.        ไม่ทำความเดือดร้อนแก่พี่น้องมุสลิม  ท่านรอซูล  ศ็อลลัลลอฮฺอะลัยฮิวะซัลลัม  ถูกถามว่า : สิ่งที่ประเสริฐสุดในอิสลามคืออะไร ?  ท่านรอซูลตอบว่า : ผู้ที่มุสลิมปลอดภัยจากลิ้นและมือของเขา”  (อัลบุคอรียฺและมุสลิม)

111.        ให้การช่วยเหลือแก่ผู้อื่น  ในทุกวันทุกข้อกระดูกสามารถเป็นการทำบริจาคทาน  การที่เขาช่วยชายคนหนึ่งให้ขึ้นพาหนะของเขาหรือการที่เขาช่วยยกสิ่งของวางบนพาหนะเป็นการบริจาคทาน  (อัลบุคอรียฺ)

112.        ช่วยเหลือพี่น้องมุสลิมที่ต้องการความช่วยเหลือ  พวกท่านจงช่วยเหลือ แล้วพวกท่านจะได้รับผลบุญ  และอัลลอฮฺจะตัดสินผ่านคำพูดของท่านนบีของพระองค์ตามที่พระองค์ประสงค์ (อัลบุคอรียฺ)

113.        ติดต่อทำความดีต่อเพื่อนฝูงของบิดามารดา  แท้จริงสุดยอดของการทำความดีคือ  การที่ลูกติดต่อกับเพื่อนรักของบิดาเขา”  (มุสลิม)

114.        การใช้คำพูดที่ดี  พึงระวังไฟนรก  ถึงแม้ว่าเป็นอินทผลัมเพียงซีกเดียว  หากว่าพวกท่านไม่มีก็ให้พูดดี (อัลบุคอรียฺและมุสลิม)

115.        อ่อนโยนเมตตาต่อผู้อยู่ภายใต้การปกครองและคนงาน  โอ้อัลลอฮฺเมื่อประชาชาติของฉันได้รับการแต่งตั้งงานหนึ่งงานใดแล้วเขาได้สร้างความยากลำบากให้แก่ผู้อยู่ภายใต้การปกครองขอให้ความลำบากจงประสบกับเขา  และเมื่อประชาชาติของฉันได้รับการแต่งตั้งงานหนึ่งงานใดเขาได้ให้ความเมตตาให้แก่ผู้อยู่ภายใต้การปกครองขอพระองค์จงเมตตาต่อเขา  (มุสลิม)

116.        ประกอบความดีอยู่เป็นนิจ แม้จะน้อยนิดก็ตาม  การงานที่เป็นที่รักยิ่ง ณ ที่อัลลอฮฺคืองานที่ทำประจำแม้เพียงเป็นสิ่งเล็กน้อย(มุสลิม)

117.        ทำดีต่อเพื่อนบ้าน  ผู้ที่ศรัทธาต่ออัลลอฮฺและวันกิยามะฮฺ  ดังนั้นจงให้เกียรติต่อเพื่อนบ้านของเขา  (มุสลิม)

118.        ต้อนรับแขกผู้มาเยือน  การต้อนรับแขกในคืนแรกเป็นหน้าที่ของมุสลิม  ดังนั้นเมื่อตอนเช้าผ่านไปเป็นหนี้แก่เขา  หากเขามีความประสงค์ให้ชดใช้และหากเขาประสงค์ให้ละทิ้ง  (อะหฺมัด , อะบูดาวุดและอิบนิมาญะฮฺ)

119.        การขอดุอาอฺให้แก่บิดามารดา  แท้จริงอัลลอฮฺจะยกระดับชั้นในสวนสวรรค์ให้แก่บ่าวที่ศอลิฮฺ  มีคนกล่าวว่า : โอ้พระผู้อภิบาลเป็นไปได้อย่างไร ? ท่านรอซูลตอบว่า : ด้วยกับการที่ลูกของท่านขออิสติฆฟารให้กับท่าน  (อะหฺมัด)

120.        ขอดุอาอฺให้กับพี่น้องในเวลาลับหลัง  ไม่มีบ่าวมุสลิมคนใดขอดุอาอฺให้กับพี่น้องในเวลาลับหลัง  นอกจากมะลักกล่าวว่า : สำหรับท่านได้เหมือนเขา  (มุสลิม)

121.        ขอดุอาอฺและอิสติฆฟารให้แก่พี่น้องมุสลิม
«وَالَّذِينَ جَاءُوا مِنْ بَعْدِهِمْ يَقُولُونَ رَبَّنَا اغْفِرْ لَنَا وَلِإِخْوَانِنَا الَّذِينَ سَبَقُونَا بِالْإِيمَانِ وَلَا تَجْعَلْ فِي قُلُوبِنَا غِلًّا لِلَّذِينَ آَمَنُوا رَبَّنَا إِنَّكَ رَءُوفٌ رَحِيمٌ»
 และบรรดาผู้ที่มาหลังจากพวกเขา โดยพวกเขากล่าวว่า  ข้าแต่พระเจ้าของเราทรงโปรดอภัยให้แก่เราและพี่น้องของเราผู้ซึ่งศรัทธาก่อนหน้าเรา  และขอพระองค์อย่าได้ให้มีการเคียดแค้นเกิดขึ้นในหัวใจของเราต่อบรรดาผู้มีอำนาจเหนือผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์  และอัลลอฮเป็นผู้ทรงอานุภาพเหนือทุกสิ่งทุกอย่าง"  (อัลฮัชรฺ : 10)

122.        ทำความสะอาดมัสยิด
«وَطَهِّرْ بَيْتِيَ لِلطَّائِفِينَ وَالْقَائِمِينَ وَالرُّكَّعِ السُّجُودِ»
  และจงทำบ้านของฉันให้มีความสะอาดสำหรับผู้ที่มาเดินเวียนรอบ  ผู้ยืนละหมาด  ผู้รุกัวะ  และผู้สุญูด  (อัลฮัจญฺ : 26)

123.        ทำความดีต่อคู่ครอง  ผู้ประเสริฐที่สุดในกลุ่มพวกท่านคือผู้ที่ทำดีต่อสมาชิกในครอบครัวของเขา  และฉันเป็นผู้ที่ทำดีต่อครอบครัวของฉัน   (อิบนุฮิบบานและคนอื่นๆ)

124.        ให้ความง่ายดายในเรื่องสินสอดแก่ผู้ทีจะแต่งงาน  การแต่งงานที่ประเสริฐที่สุดคือการแต่งที่มีความง่ายที่สุด”  (อิบนุฮิบบาน)

125.        หึงหวงต่อภรรยา  สะอฺดุ  บิน  อุบาดะฮฺกล่าวว่า : หากฉันเห็นชายคนหนึ่งอยู่กับภรรยาของฉัน  ฉันจะฆ่าเขาด้วยกับดาบโดยไม่ให้อภัย  ข่าวดังกล่าวไปถึงท่านรอซูล  ศ็อลลัลลอฮฺอะลัยฮิวะซัลลัม  ท่านกล่าวว่า : “พวกท่านแปลกใจต่อการหึงหวงของสะอฺดุหรือ ? ตัวฉันมีความหึงหวงมากกว่าเขาเสียอีกและอัลลอฮฺยิ่งมีความหึงหวงมากกว่าฉันอีก  (อัลบุคอรียฺ)

126.        อบรมสั่งสอนสมาชิกในครอบครัว  บุคคลสามจำพวกที่ได้รับสองผลบุญ ... ผู้ที่มีทาสดังนั้นเขาได้อบรมนางทำให้นางมีความเข้าใจเป็นอย่างดี  เขาได้สั่งสอนนางทำให้นางรู้เป็นอย่างดีต่อจากนั้นเขาได้ปล่อยนางให้เป็นอิสระแล้วได้แต่งงานกับนางเขาจะได้รับสองผลบุญ  (อัลบุคอรียฺ)

127.         คืนสิทธิที่ลิดรอนมาจากผู้อื่นหรือขออภัยจากเจ้าของสิทธิ  ผู้ที่เคยลิดรอนสิทธิผู้อื่นจงขออภัยจากเจ้าของสิทธิ  เพราะแท้จริงในอาคิเราะฮฺเขาจะไม่มีดีนารและดิรฮัมก่อนที่เขาจะถูกเอาความดีที่มีให้แก่พี่น้องของเขา  หากเขาไม่มีความดีก็จะถูกเอาความชั่วของพี่น้องมาใส่ให้กับเขา  (อัลบุคอรียฺ)

128.        ปฏิบัติความดีเพื่อลบล้างความชั่ว  จงยำเกรงอัลลอฮฺไม่ว่าท่านอยู่หนใด  และจงติดตามความชั่วโดยการเอาความดีมาลบล้าง  และจงคบค้าสมาคมกับผู้อื่นด้วยกับจรรยามารยาอันดีงาม  (อะหฺมัดและอัลฮากิม)

129.        ทำความดีต่อน้าสาวน้าชาย  น้าสาวอยู่ในตำแหน่งของมารดา  (อัลบุคอรียฺ)

130.        รักษาอะมานะฮฺและทำตามสัญญา  ยังไม่มีอีมานที่สมบูรณ์สำหรับผู้ที่ไม่มีอะมานะฮฺ  และยังไม่มีศาสนาสำหรับผู้ที่ไม่รักษาสัญญา  (อะหฺมัด)

131.        เมตตาต่อผู้เยาว์และให้เกียรติต่อผู้ใหญ่  ไม่ใช่พวกของเราผู้ที่ไม่เมตตาต่อผู้เยาว์ของเราและไม่รู้จักสิทธิของผู้ใหญ่ของเรา  (อะหฺมัดและอัตติรมิซียฺ)

132.        มีความอ่อนโยนเมตตาต่อบรรดาพี่น้องมุสลิมและให้ความสำคัญต่อกิจการของพวกเขา  อุปมาบรรดาผู้ศรัทธาในเรื่องของความรัก  ความเมตตา  ความอ่อนโยนระหว่างพวกเขา  อุปมัยเหมือนกับร่างกายเมื่ออวัยวะส่วนหนึ่งส่วนใดเจ็บป่วยมันจะทำให้อวัยวะส่วนอื่นอดหลับนอนและเจ็บป่วยไปด้วย  (อัลบุคอรียฺและมุสลิม)

133.        นิ่งเฉยและป้องกันการพูดเรื่องไร้สาระ  ผู้ใดที่อีมานต่ออัลลอฮฺและวันอาคิเราะฮฺ  จงพูดในสิ่งที่ดีหรือไม่ก็ให้นิ่งเสีย”  (อัลบุคอรียฺ)

134.        ปกป้องเกียรติของพี่น้องมุสลิม  ผู้ที่ปกป้องเกียรติของพี่น้องของเขา  ในวันกิยามะฮฺอัลลอฮฺจะปกป้องใบหน้าเขาให้รอดพ้นจากไฟนรก  (อัตติรมิซียฺ)

135.        หัวใจบริสุทธิ์และงดเว้นจากการอิจฉาริษยา  ประตูสวนสวรรค์จะถูกเปิดในวันจันทร์และวันพฤหัส  ดังนั้นบ่าวทุกคนที่ไม่ตั้งภาคีอันใดต่ออัลลอฮฺจะได้รับการอภัยโทษนอกจากคนที่อิจฉาริษยาพี่น้อง  มีเสียงกล่าวขึ้นว่า : จงรอดูทั้งสองคนนี้ไปก่อนจนกว่าทั้งสองจะดีกัน  จงรอดูทั้งสองคนนี้ไปก่อนจนกว่าทั้งสองจะดีกัน  จงรอดูทั้งสองคนนี้ไปก่อนจนกว่าทั้งสองจะดีกัน  (มุสลิม)

136.        มีความยุติธรรมระหว่างมนุษย์ด้วยกัน  ในทุกวันที่ดวงอาทิตย์ขึ้นทุกข้อกระดูกของมนุษย์เป็นการบริจาคทาน  การมีความยุติธรรมระหว่างเพื่อนมนุษย์เป็นการบริจาคทาน  (อัลบุคอรียฺ)

137.        ให้ความร่วมมือกับพี่น้องมุสลิมในเรื่องความดีงาม
«وَتَعَاوَنُوا عَلَى الْبِرِّ وَالتَّقْوَى وَلَا تَعَاوَنُوا عَلَى الْإِثْمِ وَالْعُدْوَانِ»
  และพวกสูเจ้าจงช่วยเหลือกันในสิ่งที่เป็นคุณธรรมและความยำเกรง  และอย่าได้ช่วยเหลือกันในเรื่องที่เป็นบาปและเป็นศรัตรูซึ่งกันและกัน...”  (อัลมาอิดะฮฺ : 2)
  มุอ์มินกับมุอ์มินเปรียบเสมือนอาคารบ้านเรือนที่ยึดเหนี่ยวซึ่งกันและกัน - แล้วท่านได้เอานิ้วมือประสานกัน -  (อัลบุคอรียฺ)

138.        ให้การช่วยเหลือผู้ที่มีความเดือดร้อน  มุสลิมทุกคนสามารถทำเศาะดะเกาะฮฺได้...การที่เขาช่วยเหลือผู้ที่มีความจำเป็นเดือดร้อน  (อัลบุคอรียฺ)

139.        ตอบรับผู้ที่เชิญชวนไปสู่ความดีและแบ่งปันแก่ผู้ที่ร้องขอ  ผู้ที่ขอความคุ้มครองต่ออัลลอฮฺจงปกป้องเขา  ผู้ที่ขอเพื่อแนวทางของอัลลอฮฺจงให้เขา  ผู้ที่เชิญชวนพวกท่านจงตอบรับการเชิญชวนของเขาและผู้ที่ทำความดีต่อท่านจงทำความดีให้เสมือนกับเขา  (อะหฺมัด , อะบูดาวุดและอันนะสาอียฺ)

140.        ตอบแทนความดีด้วยการทำเหมือนที่เขาได้กระทำ  ใครที่ได้ทำความดีต่อเขาจงตอบแทนเขา  หากไม่มีสิ่งตอบแทนจงขอบคุณสรรเสริญต่อเขา  แท้จริงเมื่อได้สรรเสริญเท่ากับขอบคุณต่อเขาและหากปิดบังเท่ากับเนรคุณต่อเขา  (อัลบุคอรียฺในหนังสือ อัลอะดับ อัลมุฟร็อด)

141.        แจกจ่ายหนังสือหรือม้วนเทปเกี่ยวกับเรื่องอิสลามที่ให้ประโยชน์ต่อสมาชิกในครอบครัว  หรือเพื่อนฝูงในที่ทำงาน  ในโรงเรียนและในที่สาธารณะอื่นๆ

142.        เอาประโยชน์จากผู้ที่นิยมใช้การติดต่อสื่อสาร  ซึ่งพวกเขาได้ระบุชื่อในวารสาร  หรือทางวิทยุทั้งภาคภาษาอาหรับและภาษาต่างประเทศ  โดยการติดต่อด้วยกับสำนวนอบรมสั่งสอน  (ตัรบียะฮฺ)  อย่างอ่อนโยนและส่งผลในการตอบรับ

143.        ให้ความสนใจต่อข่าวคราวเพื่อนบ้าน  คนใกล้ชิด  โดยสร้างข้อมูลเกี่ยวกับงานด้านเผยแผ่  ให้ความสำคัญกับกิจการงานของพวกเขาทั้งในเรื่องดุนยาและอาคิเราะฮฺ

144.        ประสานงานกับนักธุรกิจหรือบรรดาพ่อค้า  เพื่อซื้อเสื้อผ้าและสิ่งที่จำเป็นที่ต้องใช้ในวันอีด  แล้วนำไปแจกจ่ายในตอนท้ายของเดือนเราะมะฎอนให้กับคนขัดสนยากจนเพื่อให้พวกเขาได้รับความเปี่ยมสุขในวันอีด

145.        ส่งเสริมให้ทุกครอบครัวมีส่วนร่วมในการเลี้ยงอาหารละศีลอดตามอัตตภาพที่สามารถกระทำได้  ทำอาหารที่สะดวกนำไปเลี้ยงที่มัสยิดในชุมชนหรือติดต่อประสานงานกับร้านอาหารเพื่อนำมาเลี้ยงผู้ที่ถือศิลอด

146.        ทำฮาลาเกาะฮฺที่มัสยิดในหมู่บ้านเพื่อสอนอัลกุรอานให้แก่ลูกหลาน  โดยแต่งตั้งครูให้รับผิดชอบเป็นการเฉพาะพร้อมทั้งส่งเสริมให้เด็กๆ  แข่งขันกันในเรื่องคุณธรรมและสนับสนุนเรื่องของขวัญรางวัลให้แก่พวกเขา

147.        จัดให้มีบทเรียนขึ้นภายในบ้านประจำสัปดาห์หรือรอบสองสัปดาห์  โดยที่ให้สมาชิกในครอบครัวทั้งหมดเข้าร่วมขึ้นอยู่กับความเหมาะสมและความสามารถของพวกเขา

148.        แสวงหาประโยชน์จากการนำขณะทำอุมเราะฮฺ  ซึ่งจัดขึ้นในเดือนเราะมะฎอนโดยวางโปรแกรมครอบคลุมด้านการเผยแผ่  ด้านวิชาการและวิทยาการด้านต่างๆ  แก่บรรดาผู้ที่เข้าร่วมพร้อมกันนี้ส่งเสริมให้เยี่ยมเยียนเชค (ผู้ที่มีความรู้) เพื่อได้รับประโยชน์จากความรู้ของเขาหรือไม่ก็เยี่ยมนักศึกษาผู้กำลังแสวงหาวิชาความรู้

149.        เตรียมตัว  ทบทวนความรู้สำหรับนำเสนอในเดือนเราะมะฎอนระหว่างละหมาดตะรอเวี๊ยะ  โดยจัดตารางติดไว้ที่ป้ายประกาศของมัสยิดอย่างชัดเจน

150.        เยี่ยมเยียนคนป่วยที่โรงพยาบาล  ให้กำลังใจหรือปลอบใจพวกเขาให้มีความอดทนและมองโลกในแง่ดีโดยให้มีความหวังจากผลการตอบแทนของอัลลอฮฺพร้อมทั้งนำของขวัญไปมอบให้กับพวกเขาเพื่อเป็นสื่อในการดะวะฮฺ      

วะศ็อลลัลลอฮุ  วะซัลลัม  อะลามุฮัมมัด  วะอะลาอาลิฮิ  วะศ็อฮฺบิฮิ  วะซัลลิม


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น